ของสะสมจากสองปีที่ผ่านมา ณ เวลานี้คงต้องโบยบินออกจากอกเราไปอย่างไม่มีวันกลับซะแล้ว T-T ถึงจะเสียดายบ้างก็เถอะ... แต่ขายค่ะ เราจะขาย แม้มันจะเป็นของมือสองแต่สภาพเก้าสิบเปอร์เซนต์ (เกือบ)ทุกชิ้นนะเออ... 

(ดูมันกองซะ...) คร่าวๆ

ทุกชิ้นเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นซิงเกิ้ล เริ่มจากมอนสเตอร์เรื่อยมาถึงเมคิว เลิฟซองนะคะ

นอกนั้นก็เป็นคอนเสิร์ต อัลบัม และหนังอีกเล็กน้อย (เราเมนโนะเลยตาม Ohoku และ Gantz ภาคแรกด้วย) เนื่องจากว่าเราเพิ่งตาม เลยมีแค่คอน scene และอัลบัม Beautiful World แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือลิมิเต็ด เอดิชั่นค่ะ
รายละเอียดพร้อมภาพเลยดีกว่าเนอะ
-- เริ่มจากหนัง คอนเสิร์ต อัลบัม แล้วก็ซิงเกิ้ล--
Ohoku -- Limited Edition sale 1800 Baht
 
 
- DVD 2 แผ่น (ตัวหนัง และเบื้องหลังพร้อมบทสัมภาษณ์) -- เปิดดูไปครั้งเดียว ความทรงจำเรื่องเนื้อหาภายในค่อนข้างเลือนราง
- แฟ้มพลาสติกขนาด A5 (อันนี้ใช้บ่อย อาจจะงอๆไปบ้างต้องขออภัย) 
- โฟโต้บุ๊ครวมภาพนักแสดง
- โปสการ์ด
- เครื่องรางนำโชค (อันนี้ก็แกะแงะออกมาดูครั้งนึงด้วยความซน)
Gantz -- 2 DVD sale 1100 Baht
(กรีดพลาสติกเพื่อแงะแผ่นออกมาดูหนึ่งครั้ง สภาพเกือบจะใหม่กิ๊ก)
 
Scene 10-11 Kimi to Boku no Miteiru Fuukei (Stadium) -- Limited Edition 
2 DVD sale 2200 Baht
 
  
Scene 10-11 Kimi to Boku no Miteiru Fuukei (Dome)-- Limited Edition 
3 DVD sale 2500 Baht
 
Beautiful World (10th Album)-- Limited Edition sale 1200 Baht
 
 
Monster sale 500 Baht
 
 
To be Free sale 500 Baht
 
 
Love Rainbow sale 500 Baht
 
 
Dear Snow sale 400 Baht
(มีตำหนิตรงข้างหลังแตก หรือร้าวจึ๊กนึง-- อาจเป็นความผิดพลาดตอนแกะ)
 
 
Hatenai Sora sale 500 Baht
 
 
Lotus sale 500 Baht
 
 
Meikyuu Love Song sale 500 Baht
 
ทุกชิ้นจัดส่งให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะคะ ^^
แต่เราจะไม่ขึ้นเลขที่บัญชีไว้ที่หน้าเว็บ
 
สนใจสั่งซื้อ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่: madohmiya@hotmail.com
หรือโทร. 081-615-3744 (มด)

[Trans] EVER - ARASHI

posted on 21 Feb 2011 21:33 by madohmiya  in Arashi

(ฟังปุ๊บ ชอบปั๊บ ขอแปลเลยละกัน...) ป.ล. โลตัส คนแปลเยอะแล้ว เราขอแหวกแนวด้วยการแปลแทรกสอง ฮ่าๆๆ

 

=============================================================

元気にしてるかな 空に呟いても
都会の足跡が 邪魔をするけど
Genki ni shiteru kana Sora ni tsubuyaitemo 
Tokai no ashiato ga
 Jama wo suru kedo 


อยากรู้ตอนนี้เธอสบายดีอยู่หรือเปล่า? หากฉันกระซิบถามขึ้นไปบนฟ้า

ในเมืองก็ยังมีรอยเท้าให้เดินก้าวตาม ทาบอยู่บนเส้นทางของฉัน

 

君の言葉に何度 背中押されたのだろう
今だって その声 胸に響いているから
Kimi no kotoba ni nando Senaka osareta no darou
Ima datte
 Sono koe Mune ni hibiiteiru kara


คำที่เธอเคยพูดเอาไว้ รู้ไหมว่ามันคอยเป็นแรงผลักดันฉันไม่รู้กี่ครั้ง

ซุ่มเสียงของเธอยังย้ำในใจ นับตั้งแต่วันนั้นกระทั่งวันนี้

 

僕らはゆずれぬ思いを 抱えながら生きてる
伝わらなくて傷つけ合うこともあるけど
終わりのないこの旅路を ともに歩いて行こう
まだ胸の奥燃え続けてる灯で明日を照らして
Bokura wa yuzurenu omoi wo Kakaenagara ikiteru
Tsutawaranakute kizutsuke au koto mo arukedo
Owari no nai kono tabiji wo
 Tomo ni aruiteyukou
Mada mune no oku moe tsuzuketeru tomoshibi de asu wo terashite

 

เราต่างมีชีวิตอยู่ได้ด้วยจิตใจที่ไม่ท้อถอย

แม้ในบางเวลาที่เราไม่ได้เอ่ยออกมามันจะทำร้ายซึ่งกันและกันไปบ้าง

ร่วมเดินไปกับฉันบนเส้นทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

ให้แสงสว่างที่ยังคงลุกโชนในใจส่องนำทางไปสู่วันพรุ่งนี้

泣きたい暗いの夜 誰だってあるだろう
等身大の僕は どんなだっただろう
Nakitai kurai no yoru Dare datte aru darou
Toushindai no boku wa
 Donna datta darou


ค่ำคืนมืดมนยามที่คนเราอยากจะร้องไห้ ใครๆก็ต้องมีกันทั้งนั้น

ฉันยังสงสัยอยู่ว่าตัวตนของฉันในแบบที่ควรจะเป็นมันจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน

固く結んだはずの 靴紐が解けても
大丈夫さ もう一度 やり直せばいいから
Kataku musunda hazu no Kutsuhimo ga hodoketemo
Daijoubu sa
 Mou ichido Yarinaoseba ii kara


ถึงเชื่อกรองเท้าที่ผูกไว้มันจะหลุดลุ่ยออกมาทั้งที่คิดว่าแน่นดีแล้ว

ไม่เป็นไรหรอก เพราะเราจะผูกมันใหม่อีกครั้งก็ยังได้

 

太陽が未来照らすから 新しい明日へ行こう
仕舞ったまま忘れた想いを 抱き寄せ
地図などないこの旅路を ともに歩いて行こう
確かめて見る夢の続きを灯が僕ら照らすよ
Taiyou ga mirai terasu kara Atarashii asu e yukou
Shimatta mama wasureta omoi wo dakiyose
Chizu nado nai kono tabiji wo
 Tomo ni aruiteyukou
Tashikamete miru yume no tsuzuki wo tomoshibi ga bokura terasu yo

 

ดวงตะวันยังคงส่องแสงต่อไปในวันข้างหน้า เราก็เดินไปหาวันใหม่ด้วยกันเถอะนะ

ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้จนหลงลืมไป ขอให้เราโอบกอดมันไว้

ร่วมเดินไปกับฉันบนเส้นทางที่ไม่มีแผนที่ชี้บอก

แสงตะวันจะส่องมาที่เราตราบเท่าที่ยังคงมุ่งมั่นไม่หยุดตามความฝัน


僕らはゆずれぬ思いを 抱えながら生きてる
伝わらなくて傷つけ合うこともあるけど
終わりのないこの旅路を ともに歩いて行こう
まだ胸の奥燃え続けてる灯で明日を照らして
Bokura wa yuzurenu omoi wo Kakaenagara ikiteru
Tsutawaranakute kizutsuke au koto mo arukedo
Owari no nai kodo tabiji wo
 Tomo ni aruiteyukou
Mada mune no oku moe tsuzuketeru tomoshibi de asu wo terashite

เราต่างมีชีวิตอยู่ได้ด้วยจิตใจที่ไม่ท้อถอย

แม้ในบางเวลาที่เราไม่ได้เอ่ยออกมามันจะทำร้ายซึ่งกันและกันไปบ้าง

ร่วมเดินไปกับฉันบนเส้นทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

ให้แสงสว่างที่ยังคงลุกโชนในใจส่องนำทางไปสู่วันพรุ่งนี้


============================================================ 
** ขอบคุณ yarukizero สำหรับเนื้อเพลง คันจิ และฉบับแปลภาษาอังกฤษ you are SAIGO!!!!!

[Trans]*1992 4 ## 111

posted on 31 Jan 2011 22:27 by madohmiya  in Arashi

เพลงนี้รู้ว่าเคยแปลไปแล้วรอบนึง...แต่หลังจากที่แปลรอบแรกไปเมื่อปีก่อน มาคราวนี้ขอเอดิท

ตรวจแก้สิ่งที่ผิด และเรียบเรียงใหม่ซักหน่อย ทำเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อหรอกค่ะเพลงเนี้ยะ อิอิ

 ===========================================

Hazukashii kara,
kimi ni wa angou de okuru koto wo kimetan da sou shiyou
Hinto wa sou da na
'suki da yo' to ka sonna kakkoi kotoba janai

ก็คนมันเขินนี่หน่า

เลยต้องส่งเป็นรหัสลับ บอกความในใจให้เธอรู้แบบนี้ดีกว่า

คำใบ้น่ะเหรอ? ฉันจะบอก...

คำคำนี้ไม่ใช่อะไรที่โดนใจแบบ “รักเธอ” หรอกนะ

Demo fushigi da na
suki na hito ni mo, kirai na hito ni mo onnaji dake tsuta waru
kono kotoba wa sou ima nao no tooru
Yuiitsu no mahou kamo shirenai

แต่ก็น่าแปลก...

ที่ไม่ว่าจะรักหรือจะเกลียด คำคำเดียวกันนี้ใครก็พูดให้รับรู้ได้เหมือนๆกัน

คำหนึ่งคำที่ว่ามานี้

ในบางทีมันก็อาจเป็นมนต์วิเศษอย่างเดียวที่ยังมีอยู่ทุกวันนี้ก็ได้...

 

Tabun sou nanda kitto sou nanda
atarimae ni sonzai suru mono nanda
dakara boku wa sore wo tokubetsu ni shitanda
kossori dareni mo barenai youni
soshitara jibun dake no imi wo kangaedasu darou na

อาจจะ... อาจเป็นอย่างนั้น ฉันว่ามันคงเป็นอย่างนั้น

เพราะเรื่องแบบนี้มันดูธรรมดาซะจนใครๆอาจมองผ่าน

ฉันเลยคิดวิธีนี้เพื่อให้มันมีความพิเศษขึ้นมา

แอบบอกเธออย่างลับๆ แบบนี้จะได้ไม่มีใครเดาออก 

เพราะฉะนั้นเธอเองก็ควรใช้วิธีของเธอคิดให้ออกเหมือนกันนะ

 

Mitsukaranakute
kisshi ni natte sagasu kimi wa amari ni mo kawaii kute
Hinto wa sou da na
'Gomen ne' to ka to yoku issho ni iru kamo ne

แต่เธอก็ยังคงคิดไม่ตก

แล้วท่าทางเวลาขบคิดแทบเป็นแทบตายก็ทำให้เธอดูน่ารักเป็นบ้า

คำใบ้น่ะเหรอ? ฉันจะบอก...

คำคำนี้คนเราก็ใช้พูดกันบ่อยพอๆกับคำ “ขอโทษ” นั่นแหละ

Chicchai ko datte sono oya tte
Dare mo ga tsukatteiru mahou nandakara
Moshimo boku ni mo kodomo ga dekitara
Mayowazu saisho ni kore wo oshie you

ถึงจะเป็นเด็กเล็กๆ หรือคนเป็นพ่อแม่

มันเป็น “มนต์วิเศษ” ที่ใครๆเขาต่างก็ใช้กันทั่วไป

แม้แต่ฉันเองถ้าหากต้องมีลูกขึ้นมาสักวันหนึ่ง

ก็จะสอนคำนี้ให้ลูกรู้เป็นสิ่งแรกอย่างแน่นอน

Tabun sou nanda kitto sou nanda
eien nante sonzai shinai mono dakara
Ima wo zenryoku de aiserunda
Dakara ashita no, asatte no, sono saki ni wa
Ieru ima surunda hazukashigarazu, sunao ni

อาจจะ... อาจเป็นอย่างนั้น ฉันว่าคงเป็นอย่างนั้น

สิ่งใดๆในโลกนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ไปตลอดกาล

เพราะอย่างนั้น วันนี้ฉันจึงขอรักเธออย่างสุดหัวใจ

เพื่อที่ว่าในวันพรุ่งนี้ ต่อจากพรุ่งนี้ และในวันข้างหน้าเรื่อยๆไป

จะพูดคำนั้นออกมาได้สักครั้ง จากใจจริง โดยไม่ต้องเขินอาย ...

Moshi tatoeba no hanashi
sonna kara janai kedo
Boku no jinsei saigo no kotoba wa
Waratte iu "1992*4##111" (kore) nanda

ถ้าหาก...ฉันขอสมมติ...

ถึงมันจะดูไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่
แต่สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำก่อนลาโลกนี้ไป

คือเอ่ย “…คำนี้...”ด้วยรอยยิ้มล่ะ

Tabun janakute zettai sou nanda
Hitori de koko made yattekita wakejanai kara
Ima wo omounda iron na hitotachi no
Kao ga, Egao ni, kawaru toki ni wa
Sono tonari de saki ni wakatta kimi ga itanda

อาจจะ... ไม่ใช่สิ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอนอยู่แล้ว

เพราะแค่ฉันเพียงคนเดียวคงไม่สามารถมาได้ไกลถึงขั้นนี้

มาตอนนี้ฉันถึงได้คิด เวลาที่เห็นใครต่อใครเริ่มยิ้มออกมา

กว่าจะถึงตอนนั้นฉันก็เข้าใจแล้ว

ว่าคนที่คอยอยู่เคียงข้างฉันในเวลานั้นก็คือเธอนี่เอง

Korekara dou natte yukunda
Sonna no wakannai kedo
Zenzen fuan janai da yo
Kimi no egao ga nani yori no kotae dakara
kaidoku dekitanda datta naraba
Saigo ni mou hitotsu tsutaetai hitokoto, sore wa...

 จากนี้ต่อไปไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉันไม่รู้หรอก

แต่ก็ไม่คิดกังวลกับมันเลยสักนิด

ด้วยรอยยิ้มเธอที่เป็นคำตอบเหนือสิ่งอื่นใด

และในเมื่อเธอถอดรหัสลับของฉันได้แล้ว

สุดท้ายนี้ยังมีอีกหนึ่งคำที่ฉันอยากจะบอก และคำนั้นคือ...

 
(อันนี้กระซิบบอกกันสองคนก็พอ ไม่ต้องบอกสื่อ ฮ่าๆๆๆ)
** ตอนแรกแปลซะพยางต์ตรงเป๊ะเลย พอมาฟังๆอ่านๆดูแล้วจะอ้วกค่ะ เลยปลงใจว่าจะแปลเป็นภาษาพูดละกัน แล้วก็คำสรรพนาม...ขอใช้คำว่า "ฉัน" แทน "ผม" (Boku) นะคะ ด้วยเหตุผลที่จะเอาไปใช้งานอื่นต่อ แล้วมันดูจะเข้ากะบริบทนั้นมากกว่า อ่ะ บอกก็ได้ จะเอาไปประกอบนิยายจ้า...
...ทู บี คอนตินิว... (เพลงประกอบนิยายธีมอาราชิ - เน้นนิโนะ ยังไม่จบแค่นี้แน่นอน)